ปัจจุบันการเครื่องสีข้าวมีอยู่ 2 ระบบ
1. ระบบขัดสีข้าวในแกนตั้ง เหมาะสำหรับขัดข้าวให้ขาว แต่เป็นระบบที่ไม่เป็นที่นิยมแล้วในปัจจุบัน
2. ระบบขัดสีข้าวในแกนนอน กะเทาะเปลือกข้าวและขัดข้าวให้ขาวได้พร้อมกันไป สามารถสีข้าวเปลือกออกมาเป็นข้าวสารได้เลยแบบรอบเดียวจบ ผลพลอยได้ที่สำคัญของการสีข้าวก็คือรำข้าวที่สามารถนำมาเลี้ยงสัตว์เพื่อการบริโภค หรือเพื่อจำหน่าย เช่น หมู วัว ควาย ปลา เป็ด ไก่ เป็นต้น และการสีข้าวระบบแกนนอนสามารถบดแกลบบางส่วนให้เป็นรำไปในตัว ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรอีกทางหนึ่งเพราะได้รำข้าวในปริมาณมาก

ปัจจุบันเราได้ทำการประดิษฐ์หัวสีข้าวระบบใหม่ (ระบบเทอร์โบชาร์จ) ที่สามารถแก้ปัญหาต่างๆของหัวสีข้าวระบบหินนอนแบบเดิมได้อย่างหมดสิ้น โดยใช้หลักการถ่ายเทอากาศ การจัดแบ่งช่องให้อากาศเข้าและออกจากหัวสีข้าวได้สะดวกและรวดเร็ว โดยการใช้พัดลมหอยโข่ง ทำหน้าที่ถ่ายเทอากาศและรำ จำนวน 2 เครื่อง โดยให้พัดลมเครื่องแรกทำหน้าที่ดูดอากาศและรำออกจากหัวสีข้าว ขณะเดียวกันพัดลมเครื่องที่สองทำหน้าที่เป่าอากาศเข้าไปในหัวสีข้าวเพื่อให้อากาศใหม่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าเข้าไปแทนที่อากาศที่ถูกดูดออกไปทั้งนี้เพื่อให้มีการถ่ายเทอากาศและรำข้าวออกจากหัวสีข้าวอย่างรวดเร็ว และให้มีการระบายความร้อนให้ได้มากที่สุด

ผลการทดสอบพบว่าหัวสีข้าวระบบใหม่แบบเทอร์โบชาร์จนี้ สามารถแก้ปัญหาต่างๆที่ทำให้เกิดความเสียหายได้ คือ สามารถระบายรำข้าวออกจากหัวสีข้าวได้อย่างรวดเร็ว ขจัดปัญหารำตกค้าง ช่วยลดความร้อนที่เกิดจากการขัดสีได้ดีมาก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การขัดสีข้าวและเกิดผลดีตามมาหลายประการ

เครื่องสีข้าวโพดเป็นเครื่องมือชาวบ้านที่ใช้แกะเมล็ดข้าวโพดออกจากฝักง่ายๆ ใช้ตะปู 1 ตัวตีในท่อนไม้มีลักษณะทำเป็นร่องเจาะรูสี่เหลี่ยมตรงกลางให้ทะลุ ทำขาตั้งเหมือนม้านั่งตัดหัวตะปูออกตีปลายให้แบนเวลาใช้จะใช้ฝักข้าวโพดไสไปไสมา ให้เมล็ดข้าวโพดถูกปลายตะปู ตะปูครูดเม็ดข้าวโพดให้หลุดออกจากฝักและร่วงลงช่องสี่เหลี่ยมเป็นรู หาภาชนะ รองรับเมล็ดข้าวโพดแล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้ง การใช้เครื่องสีข้าวโพดใช้ชนิดใช้หัวตะปูตัวเดียวไสไปไสมานี้ค่อยข้าง เสียเวลามาก จึงมีการพัฒนาเครื่องสีข้าวโพดชนิดใช้ตะปูตอกไปหลายๆ ตัวรูปแบบวิธีการไสข้าวโพดพัฒนามาใช้ ไม้มือหมุนแทน

เครื่องสีข้าวโพดมือหมุนนี้ ใช้ตะปูประมาณ 50 – 100 ตัวตอกไปที่แกนหมุนซึ่งเป็นไม้จริงเหลาให้กลม มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 เซนติเมตรตอกตะปูเป็นระยะๆ ให้ทั่วบีบหัวตะปูให้แบนหรือตัดหัวตะปูก็ได้ ต่อไม้มือหมุนกับไม้ตอกตะปูเจาะรูไม้เข้าเดือยกันทำร่องใส่ข้าวโพดนำฝักข้าวโพดที่แกะเปลือกออกแล้ววางลงในช่องสีข้าวโพด ใช้มือกดฝักข้าวโพดให้ถูกกับตะปูที่ตีไว้ อีกมือหนึ่งหมุนที่ไม้มือหมุนหัวตะปูหลายตัวจะครูดกับเมล็ดข้าวโพด เมล็ดข้าวโพดจะร่วงหล่นไปที่ภาชนะรองรับหากเมล็ดข้าวโพดยังติดอยู่ที่ฝักเล็กน้อยจะใช้มือแกะ การสีข้าวโพดโดยใช้มือหมุนมีหัวตะปูครูดหลายๆ ตัวทำให้สีข้าวโพดได้รวดเร็ว
เครื่องสีข้าวโพดหมุนบางครั้งสามารถสีข้าวโพดได้เกือบถึงเกวียนการสีข้าวโพดโดยใช้มือหมุนซึ่งชาวบ้านได้พัฒนาขึ้นนี้ หาดูได้ยากในปัจจุบันเพราะมีเครื่องสีข้าวโพดชนิดเครื่องจักรกลมาใช้แทนที่

เครื่องสีข้าวแบบมือหมุนเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านที่มีอยู่คู่กับวิถีชีวิตของเกษตรกรชาวนาไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ เครื่องสีข้าวโบราณแบบมือหมุนเหมือนเครื่องจักสานชนิดหนึ่งทำจากไม้เนื้อแข็งและไม้ไผ่สาน มีส่วนประกอบ 5 ส่วนหลักคือ ท่อนฟันบน ท่อนฟันล่าง แกนหมุน ไม้คาน และคันโยกโดยสานด้วยตอกไม้ไผ่เป็นทรงกระบอกสูงราว 50เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางราว 50 เซนติเมตร ใช้ไม้เนื้อแข็งทำเป็นไม้คานให้ปลายไม้ทะลุไม้ไผ่สานท่อนฟันบนออกมา ไม้คานที่โผล่ออกมาจะเจาะรูไว้เพื่อพ่วงต่อกับคันโยกให้หมุนได้ มีการใช้ดินเหนียวอัดเพื่อป้องกันปลวกไม่ให้กัดเครื่องสีข้าวด้วย ฟันบนและฟันล่างทำจากแผ่นไม้แข็งบางๆ สลับกับดินเหนียวคลุกแกลบอัดจนแน่นตรงกลางท่อนฟันบนจะมีรูกลวง

เมื่อเทข้าวเปลือกลงไปจะไหลลงไปอยู่ระหว่างท่อนฟันบนและท่อนฟันล่างที่ขบกัน อยู่ เมื่อหมุนก็จะบดเปลือกข้าวหลุดออกนำข้าวเปลือกใส่ลงในช่องข้างบน จากนั้นจึงใช้แรงงานคนหมุนจากทางด้านขวาไปทางด้านซ้าย เปลือกข้าวจะหลุดออกตกลงไปในถาดรอง จึงค่อยนำไปฝัดในกระด้งแยกเปลือก เอาเปลือกออก จากนั้นมาคัดข้าวปลายในตะแกรงคัดปลาย ก็จะได้ข้าวกล้องนำไปหุงรับประทาน

เครื่องสีข้าวแบบมือหมุน ทำด้วยวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่น ไม้ไผ่ ดินเหนียว ไม้มะเกลือหรือแสมสาร ลักษณะเครื่องสีข้าวคล้ายเครื่องโม่ มีส่วนประกอบใหญ่ประกอบด้วย ส่วนที่ใส่ข้าวเปลือกอยู่ด้านบน และส่วนที่รองรับข้าวที่ผ่านการขีดสีแล้ว อยู่ด้านล่าง มีคันโยกสำหรับหมุนฟันบดด้านบนเพื่อขัด เปลือกข้าวให้กะเทาะออกและไหลลงมาด้านล่าง หลังจากนั้นจึงนำข้าวที่กะเทาะแล้วไปฝัด แยกเอาแกลบออก ก็จะได้ข้าวกล้อง นำมาหุงได้คุณค่าอาหาร ซึ่งเครื่องสีข้าวชนิดนี้ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงใดๆ ใช้เพียงแรงงานในครัวเรือนเท่านั้น

เป็นกระบวนการในการกะเทาะเปลือกออกจากข้าวเปลือก เพื่อให้ได้ข้าวสำหรับการบริโภคซึ่งกระบวนการสีข้าวอาจใช้เครื่องทุ่นแรงง่ายๆ เช่น ครกตำข้าว ไปจนถึงการใช้เครื่องสีข้าวที่ทันสมัยในการสีข้าว การใช้เครื่องสีข้าวในการสีข้าว จำเป็นต้องออกแบบให้มีความเหมาะสมปริมาณข้าวสารที่ได้จากกระบวนการสี รวมทั้งคุณภาพของข้าวสารจะขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทของเครื่องสีข้าวที่ใช้ โรงสีข้าวที่ใช้เครื่องสีข้าวที่มีความทันสมัยจะได้ปริมาณข้าวสารมากกว่าโรงสีข้าวที่ใช้เครื่องสีข้าวแบบดั้งเดิมจะได้ปริมาณข้าวสารเต็มเมล็ดมากกว่า และมีความเสียหายน้อยกว่าด้วย

ลักษณะการทำงานของโรงสีที่ดี จะประกอบด้วย สีข้าวเปลือกได้ปริมาณข้าวสารสูง ข้าวสารที่ได้มีคุณภาพสูงมีความสูญเสียข้าวเปลือกน้อย ค่าใช้จ่ายในการสีข้าวต่ำในกลุ่มประเทศทางแถบเอเชียได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการใช้เครื่องสีข้าวที่มีคุณภาพสูงในกระบวนการสีข้าวความเกี่ยวข้องกับคุณภาพของข้าว เช่น ความชื้นของข้าวเปลือก คุณภาพของข้าวเปลือก เป็นต้น ในการเก็บเกี่ยวควรเริ่มทำการเก็บเกี่ยวเมื่อข้าวสุกสม่ำเสมอ และความชื้นของข้าวขณะเก็บเกี่ยวและในกระบวนการลดความชื้น ควรเป็นไปอย่างเหมาะสมความชื้นในการเก็บรักษาข้าวเปลือกควรอยู่ในช่วงระหว่าง 13 – 14 เปอร์เซ็นต์ ข้าวเปลือกจากเกษตรกรที่โรงสีได้รับจะมีสิ่งอื่นๆเจือปนอยู่ เช่น เศษดิน หิน เศษฟางข้าว แกลบ วัชพืช เป็นต้น ซึ่งจำเป็นต้องทำความสะอาดก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการสีข้าว

เครื่องสีข้าวข้าวเปลือก ทำให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุดต่อเนื้อเยื่อส่วนที่เป็นรำ และไม่ทำให้เมล็ดข้าวเปลือกเกิดการแตกหักซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบเครื่องสีข้าว การบำรุงรักษา และการปรับแต่งเครื่องสีข้าวรวมทั้งคุณสมบัติของข้าวก่อนที่จะสีข้าว เช่น การแตกร้าวภายในเมล็ดซึ่งเป็นผลมาจากการเก็บเกี่ยวที่ล่าช้า หรือการเก็บรักษาเมล็ดข้าวเปลือกไม่ดี

เศรษฐกิจพอเพียง ตั้งอยู่บนทางสายกลาง และความไม่ประมาท โดยคำนึงถึงเหตุผลเป็นสำคัญ อาศัยความรอบคอบ และมีคุณธรรมในการใช้ชีวิต อีกทั้งยังช่วยในการสร้างความมั่นคงของชีวิต โดยเฉพาะในประเทศไทยเองที่มีรากฐานทางเกษตรกรรมเป็นสำคัญ ทำให้เกิดการคิดค้นเครื่องจักรกลที่เหมาะกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

พืชที่สำคัญต่อเศรษฐกิจของไทยคงหนีไม่พ้น ข้าว เพราะในประเทศไทยมีจำนวนชาวนาประมาณหลายล้านครัวเรือน มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 73 ล้านไร่ ทำให้ได้ผลผลิตถึง 35 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งในจำนวนนี้ได้ถูกแปรรูปเป็นข้าวสาร โดยโรงสีข้าวหรือเครื่องสีข้าว เพื่อส่งออกนำเงินตราเข้าประเทศอีกปีละหลายหมื่นล้านบาท จึงทำให้ข้าวเป็นพืชที่ทำเงินให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล

เครื่องสีข้าวมีความสำคัญในการแปรรูปข้าวเปลือก เป็นเครื่องจักรกลทางการเกษตรหลังการเก็บเกี่ยว มีมูลค่าการส่งออกเครื่องจักรประเภทนี้ในประเทศไทยมีอัตราที่สูงในลำดับต้นๆ ซึ่งในภาพรวมแล้วประเทศไทยยังต้องการการวิจัยและพัฒนาเครื่องจักรกลเกษตรอีกมาก เพื่อนำไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างครบวงจรของการผลิตการเกษตรและลดภาวะของการขาดดุลการค้าเครื่องจักรกลเกษตร

โครงการเครื่องสีข้าวชุมชน 120 เครื่อง ถูกคิดค้นโดยทีมงานวิจัยขั้นตอนการทำงานของโรงสีข้าว จากที่มีเครื่องที่ใหญ่ ก็ถูกทำให้ออกมามีขนาดเล็ก สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย ผู้ใช้สามารถเรียนรู้และปรับแต่งได้ง่าย ซึ่งสามารถผลิตข้าวได้หลากหลายชนิด โดยทีมงานผลิตขึ้นตามโรงการเศรษฐกิจพอเพียง คือ ยึดอยู่บนพื้นฐานของความพอประมาณ มีเหตุมีผลและบนฐานความรู้เชิงวิศวกรรม มุ่งใช้วัสดุในประเทศไทยเป็นหลัก อีกทั้งยังลดการนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศได้อีกด้วย